อย่างน้อย 90 คนใน 100 คนที่มีภยันตรายสู่ดวงตา สามารถป้องกันได้ การบาดเจ็บ ภยันตรายสู่ดวงตานั้นคือสาเหตุหลักของการตาบอดข้างเดียว และทำให้เกิดต้อกระจกรองลงมา ซึ่งนำมาสู่ปัญหาในการมองเห็นที่พบได้บ่อยที่สุดในโลก ภยันตรายต่อตาส่วนใหญ่เกิดกับคนที่มีอายุต่ำกว่าสามสิบปี (57%) คนที่รับการผ่าตัดรักษาดวงตามีอายุเฉลี่ย 29 ปี
ภยันตรายต่อตาส่วนใหญ่รวมถึงสารเคมีภายในบ้าน, ที่ทำงานและส่วนของเครื่องมือต่างๆ, กรดแบตเตอรี่, อุบัติเหตุทางกีฬา, ประทัด, การรับรังสียูวีมากเกินไป, และการใช้ของเล่นและเกมส์โดยไม่มีผู้ปกครองดูแล 20% ของภยันตรายต่อตาเกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่ง 95% เกิดกับผู้ชายที่ทำงานก่อสร้าง
สมาคมการป้องกันตาบอดแห่งชาติ (The National Society to Prevent Blindness) รายงานว่าเกือบ 40,000 รายของภยันตรายต่อตาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับกีฬาและของเล่น แต่ตัวเลขจริงอาจสูงถึง 100,000 ราย นักกีฬาหลายคนสูญเสียอาชีพเนื่องจากเกิดการบาดเจ็บของดวงตา ในขณะที่นักกีฬาและผู้ที่เล่นกีฬาหลายคนป้องกันศรีษะด้วยหมวกกันน็อก และป้องกันร่างกายด้วยเบาะ น้อยคนนักที่จะป้องกันดวงตา
ภยันตรายชนิดไม่มีคม เป็นภยันตรายของตาที่เกิดจากกีฬาเป็นส่วนใหญ่ ระดับความเสียหายของดวงตาขึ้นอยู่กับขนาด, ความรุนแรง, และความเร็วของวัตถุไม่มีคมที่กระแทกเข้าสู่ดวงตาโดยตรง โรคแทรกซ้อนจากภยันตรายชนิดไม่มีคมประกอบด้วย เบ้าตาแตกปริ, เบ้าตาและเปลือกตาช้ำ, มีอาการบาดเจ็บของม่านตา บวมเป็นวงกลม, ม่านตาอักเสบ เป็นแผล (ม่านตาบวม แดง), เลือดออกในเยื่อตา, เลือดออกในช่องหน้าม่านตา, เลือดออกในจอตา, เลือดออกในน้ำวุ้นตา, ฆอรอยด์แตกบวม, มีน้ำตาในจอตาและจอตาลอก การบาดเจ็บของเส้นประสาทตาที่เป็นอันตรายต่อเส้นประสาทตาอาจเกิดขึ้นหลังจากมีการบาดเจ็บในบริเวณใกล้กับศรีษะ สัญญาณที่บ่งบอกถึงการแตกของเบ้าตาประกอบด้วย มีการบวม, เป็นรอยถลอก, มีอาการปวด โดยเฉพาะเวลามีการคลื่อนไหวของดวงตา, การมองเห็นภาพซ้อนหายไปเมื่อปิดตาข้างหนึ่ง, และเปลือกตาบวมโตขึ้นเมื่อสั่งน้ำมูก อาการของม่านตาอักเสบประกอบด้วย การเจ็บปวดลึกๆ มีน้ำตาไหลในปริมาณมากและตาไวต่อแสง การบาดเจ็บของเส้นประสาทตามักจะก่อให้เกิดอาการตาบอดอย่างเฉียบพลัน อาการของจอตาลอกประกอบด้วยการเกิดในทันทีหรือค่อยๆเกิดขึ้นของอาการการเห็นของลอยอยู่ ซึ่งเป็นใยเล็กๆหรือจุดที่ลอยอยู่ในบริเวณที่มองเห็น และ/หรือมีแสงวูบวาบในดวงตา อาการอีกอย่างหนึ่งคือการเกิด “ม่าน” บังบริเวณที่มองเห็น
| เลือดออกในช่องหน้าม่านตา | ม่านตาฉีกขาดทันทีหลังได้รับภยันตรายชนิดไม่มีคม |
|---|---|
![]() |
![]() |
| ภยันตรายชนิดไม่มีคมจากเพ้นท์บอล | |
|---|---|
| ภาวะปกติ (ก่อนการโยน) | ภาวะหลังการโยน |
![]() |
![]() |
| สภาวะหลังการเกิดต้อกระจกจากภยันตราย | ภาวะหลังการเปลี่ยนถ่ายเลนส์ |
![]() |
![]() |
| ภาวะหลังเกิดอุบัติเหตุ | |
![]() | |
ภยันตรายจากของมีคม พบได้ไม่บ่อยแต่เกิดในวงกว้างกว่า การบาดเจ็บในลักษณะนี้มีตั้งแต่รอยถลอกเล็กน้อยไปจนถึงแผลลึก
| ภยันตรายต่อตาจากการถูกแทง | ภยันตรายจากของมีคม – ม่านตาห้อย |
|---|---|
![]() |
![]() |
การบาดเจ็บของเบ้าตาที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม เกิดเมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ตามเข้าไปในกระจกตาหรือเบ้าตา ประกอบด้วย ชิ้นเล็กๆของไม้ โลหะหรือพลาสติก อาการขึ้นอยู่กับจุดที่สิ่งอปลกปลอมติดอยู่ แต่มักจะประกอบด้วย น้ำตาไหล, มีอาการปวด, มองเห็นภาพซ้อน, ตาไวต่อแสงหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในดวงตา
| สิ่งแปลกปลอมใต้หนังตา | สิ่งแปลกปลอมที่เป็นโลหะบริเวณกระจกตา |
|---|---|
![]() |
![]() |
| สิ่งแปลกปลอมที่เป็นเหล็กติดอยู่ที่วุ้นตา | |
![]() |
การบาดเจ็บของกระจกตาหรือถลอก เกิดเมื่อมีวัตถุเจ้าไปในดวงตาและขีดข่วนที่กระจกตา อาการของกระจกตาถลอกประกอบด้วย รู้สึกว่ามีอะไรติดอยู่ในดวงตา, น้ำตาไหล, มองเห็นไม่ชัด, เจ็บตาเมื่อมองแสงสว่าง, และกล้ามเนื้อกระตุกปริเวณรอบๆดวงตา
| กระจกตาถลอก | ภาพด้านในของนัยน์ตา |
|---|---|
![]() |
![]() |
| ภาพด้านข้างของลูกตาและเปลือกตา | |
![]() |
ภยันตรายจากรังสี เกิดหลังจากอยู่กลางแจ้งที่มีแสงอัลตร้าไวโอเลตในระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น กีฬาทางน้ำ, การเล่นสกีบนหิมะ, การเชื่อมโลหะ, และการอาบแดด ภยันตรายจากรังสีชนิดที่พบได้บ่อยคือ กระจกตาอักเสบจากรัวสีอัลตร้าไวโอเลต ซึ่งคือการถูกแดดเผาของกระจกตา (หรือการไหม้) อาการประกอบด้วย ปวด, ไวต่อแสง, ตาแดงและรู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในตา โรคจอตาที่มีสาเหตุจากแสงอาทิตย์ เกิดขึ้นหลังจากมองดูพระอาทิตย์ต่อเนื่องชั่วระยะเวลาหนึ่ง อาการหลักคือการมองเห็นลดลง
ภยันตรายจากสารเคมี ที่เกิดกับตาเกิดจากผลของการกระเด็นของของเหลวเข้าไปในตา หรือจากการใช้สเปรย์ อาการที่พบได้บ่อยที่สุดของภยันตรายจากสารเคมีคือการปวดและไหม้ ดวงตาอาจมีสีแดงหรือเปลือกตาบวม

การป้องกันคือวิธีแรกและเป็นวิธีสำคัญที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับตา