วิตามินเอเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญในการบำรุงรักษาสุขภาพตา ร่างกายของเราได้รับวิตามินเอเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีวิตามิน การขาดวิตามินเอก่อให้เกิดโรคทางสายตา มีการค้นพบว่าการขาดวิตามินเอคือสาเหตุหลักที่สามารถป้องกันได้ที่สำคัญที่สุดของการตาบอดในวัยเด็ก กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงที่สุดคือเด็กอายุระหว่างหกเดือนถึงหกปี, หญิงมีครรภ์, และหญิงที่อยู่ระหว่างการให้น้ำนม
วิตามินเอมีความสำคัญต่อสายตาอย่างไร? วิตามินเอช่วยบำรุงเซลล์ในส่วนต่างๆของดวงตาให้แข็งแรง และเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเปลี่ยนแสงสู่สัญญาณประสาทที่ส่วนของเรติน่าหรือจอตา เมื่อร่างกายขาดวิตามินเอ จะค่อยๆส่งผลกระทบต่อดวงตา สัญญาณอย่างแรกของปัญหาคือเมื่อเด็กหรือหญิงมีครรภ์หรือหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรพบว่าการปรับสายตาให้มองเห็นในที่มืดทำได้ยากขึ้น ภาวะเช่นนี้เรียกว่าตาบอดแสงหรือตาฟางกลางคืน

ลองมาดูกรณีของเด็กอายุสี่ขวบชื่อนิมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของบังคลาเทศ ช่วงบ่ายวันหนึ่งในหน้าร้อน นิมาและคาริมพี่ชายของเธอกำลังรอพ่อแม่ที่ไปทำงานหนักกลับมาจากไร่ นิมาใส่เสื้อคลุมสีส้มที่เก่าแต่สะอาดกำลังเล่นอยู่กับตุ๊กตาที่ทำขึ้นเองอยู่ที่ใต้ร่มไม้ใหญ่
คาริมถามว่า “นี่นิมา, อยากเล่นซ่อนหามั้ย เธอหาฉันไม่เจอแน่!”
หน้าของนิมาสว่างขึ้นด้วยรอยยิ้มอันน่ารักแล้วลุกขึ้นรับคำท้า เธอรู้ว่าเธอสามารถหาคาริมที่ไหนก็ตามที่เขาไปซ่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากสามหรือสี่นาทีที่นิมาไม่สามารถหาพี่ชายเจ้าเล่ห์ของเธอเจอ เธอค่อยๆย่องเข้าไปในห้องเก็บของมืดๆที่อยู่ด้านหลังของบ้าน มันเป็นหนึ่งในที่ซ่อนประจำของคาริม น่าแปลกที่วันนั้น นิมาไม่สามารถมองเห็นอะไรในห้องเลย จากนั้นเธอได้ยินเสียงเบาๆมาจากมุมหนึ่ง แน่นอนว่านั่นคือคาริม เธอเริ่มเดินเร็วขึ้นไปทางที่มาของเสียง จากนั้นเกิด เสียงดังโครม! นิมาพบว่าตัวเองล้มลงบนกองวัตถุที่ดูเหมือนจะเป็นชิ้นไม้ นิมาไม่รู้ว่ามีกองฟืนอยู่ในห้องเก็บของที่พ่อของเธอเก็บไว้ก่อนไปทำงานในตอนเช้า
“โอ๊ย! คาริม มานี่! เธออยู่ไหนนะ?” นิมาร้อง
คาริมวิ่งมาและผยุงน้องสาวขึ้น พาเธอขึ้นไปในตัวบ้าน โชคดีที่นิมามีแค่แผลถลอกและฟกช้ำนิดหน่อย
เมื่อแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ของเธอกลับจากไร่ เธอปล่อยให้นิมากอดท้องอันโตของเธอ นิมาลืมความเจ็บของเธอและอยากรู้ว่าเมื่อไหร่น้องชายหรือน้องสาวตัวเล็กๆของเธอจะเกิดมา
วันต่อมา เจ้าหน้าที่อนามัยหญิงที่เป็นมิตรได้มาเยี่ยมแม่ของนิมาเพื่อตรวจครรภ์ของเธอ เจ้าหน้าที่อนามัยสังเกตเห็นรอยถลอกที่หน้าผากของนิมาแล้วถามว่า “เป็นอะไรเหรอ? เธอตีกับพี่ชายหรือเปล่า?”
แม่ของนิมาเล่าให้ฟังเรื่องที่เธอล้มในห้องเก็บของตอนเย็นวาน พี่ชายของนิมาหัวเราะคิกคักพร้อมล้อเลียนว่า
“เธอมองไม่เห็นแม้แต่กองฟืน ฮ่า ฮ่า!”
เจ้าหน้าที่อนามัย, ผู้ซึ่งเคยผ่านหลักสูตรด้านโรคทางสายตา, มองดูแม่ของนิมาแล้วถามอย่างสงสัยว่า “คุณสังเกตไหมว่านิมามองในที่มืดได้ยากตอนเข้าไปในห้องที่มืดขึ้นหลังจากอยู่ในที่สว่าง?”
แม่ของนิมาไตร่ตรองสักพักแล้วพูดว่า “พอคุณถามมานะ ฉันคิดว่านิมาเคยล้มหรือเดินชนของที่อยู่ในห้องเก็บของบ่อยขึ้นหลังจากเธอหายจากโรคหัดเร็วๆนี้”
เจ้าหน้าที่อนามัยแลดูกังวลแล้วพูดว่า “คุณควรมาที่คลีนิกพรุ่งนี้เพราะหมอจากในเมืองจะเข้ามาเยี่ยมหมู่บ้าน ฉันคิดว่านิมาไม่สามารถปรับตัวให้มองเห็นในที่มืดได้เพราะเธอไม่มีวิตามินเอเพียงพอ”

“วิตามินเอคืออะไร? มันจะเกิดอะไรขึ้นกับนิมาของฉัน?” แม่ถามอย่างกังวล
“ไม่ต้องห่วงนะ ดีที่ฉันสังเกตุเห็นเด็กในตอนนี้ มันยังไม่สายเกินไป วิตามินเอคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สายตาทำงานเป็นปกติ ดังนั้น เมื่อร่างกายขาดวิตามินเอเป็นเวลานาน เด็กจะค่อยๆมีปัญหาด้านสายตา”
“แล้วฉันควรทำอะไรดีล่ะตอนนี้?” แม่ของนิมาน้ำตาคลอ
“พรุ่งนี้ เราจะหยอดวิตามินเอให้นิมา มันจะช่วยแก้ปัญหาในตอนนี้ได้ เราจะบอกคุณเกี่ยวกับอาหารที่คุณควรให้นิมาและลูกคนอื่นๆเพื่อรักษาดวงตาของพวกเขาให้สดใสและสุขภาพดี” หลังจากพูดให้ความหวังแล้ว เจ้าหน้าที่อนามัยก็กลับ
วันต่อมา นิมาได้รับวิตามินเอที่โรงพยาบาล แม่ของเธอยังได้รับความรู้เกี่ยวกับอาหารที่มีวิตามินเอ ไม่กี่วันหลังจากนั้น นิมารู้สึกดีขึ้นมากและสามารถหาคาริมได้อย่างไม่มีปัญหา แม้เขาจะซ่อนอยู่ในห้องเก็บของมืดๆก็ตาม!
ลองมาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้านิมาไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
การขาดวิตามินเอเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ดวงตามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ภาวะเช่นนี้เรียกว่า ภาวะเยื่อตาและกระจกตาแห้ง ซึ่งเป็นระยะของโรคที่เกิดขึ้นกับดวงตา
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |

ดังนั้น การที่พบอาการและการรักษาในระยะแรกจึงมีความสำคัญมาก สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เช่นเดียวกับโรคขาดสารอาหารประเภทอื่นๆ “ป้องกันดีกว่ารักษา” การเข้าใจเกี่ยวกับการขาดสารอาหารและความต้องการวิตามินเอของร่างกายสามารถช่วยได้
เพื่อให้การลดการขาดวิตามินเอได้ผล ควรทำการวัดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป้าหมายหลักคือเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับวิตามินเออย่างเพียงพอ ทั้งนี้ เพื่อช่วยในการป้องกันโรคขาดวิตามินเอ โดยประกอบด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้
เรามาดูรายละเอียดของวิธีการเหล่านี้กันบ้าง:
แหล่งของวิตามินเอสามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม: หนึ่งคือแหล่งอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และสองคือผัก วิตามินเอจากเนื้อสัตว์จะถูกดูดซึมได้ดีกว่าแต่หากไม่สามารถได้รับวิตามินเอจากเนื้อสัตว์ การได้รับวิตามินเอจากผักก็สำคัญเช่นกัน ตัวอย่างของวิตามินเอจากเนื้อสัตว์มีดังนี้: